ทุกคนบอกว่า:
“เลือก AI ให้ถูกงาน = ทำคอนเทนต์ได้มากขึ้น 3 เท่า”
แต่ไม่มีใครบอกว่า:
คนที่ทำคอนเทนต์ดีที่สุดที่ผมรู้จัก… ใช้ AI แค่ตัวเดียว
📍 ก่อนจะด่าผม ให้ผมบอกก่อนว่าทำไม narrative นี้ถึงน่าเชื่อ
ผมเข้าใจว่าทำไมคนถึงเชื่อเรื่อง “ใช้หลาย AI ร่วมกัน”
มันฟังดูสมเหตุสมผลมาก:
- Grok เก่งเรื่องเทรนด์ (เพราะ real-time data)
- ChatGPT เก่งโครงสร้าง (เพราะถูกเทรนมานาน)
- Gemini เก่งข้อมูล (เพราะมี Google Search)
และถ้าใครสอนคุณแบบนี้ พวกเขาก็ไม่ได้โกหก — มันใช้ได้จริง
แต่นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครพูด:
🎯 THE TWIST: ต้นทุนที่แอบแฝงของการใช้ “หลาย AI”
1️⃣ คุณกำลังจ่าย “ค่า Context Switching” ที่แพงกว่าเงิน
ทุกครั้งที่คุณสลับจาก Grok → ChatGPT → Gemini
คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนหน้าต่าง
คุณกำลังเปลี่ยน:
- วิธีคิด (แต่ละตัวตอบสนองต่าง prompt style)
- บริบท (คุณต้อง brief ใหม่ทุกครั้ง)
- โฟลว์ (สมองคุณต้อง “โหลดใหม่”)
จิตวิทยาเรียกว่า “Switching Cost” — และการวิจัยพบว่ามันทำให้ผลงานแย่ลง 40%
คุณคิดว่าคุณกำลังเพิ่ม efficiency
จริงๆ คุณกำลังเพิ่มความยุ่งยาก
2️⃣ คุณกำลัง Optimize สิ่งที่ไม่สำคัญ
ผมเคยเป็นแบบนั้น:
- ใช้เวลา 15 นาที คิดว่าควรใช้ AI ตัวไหน
- อีก 10 นาที ถ้าไม่ถูกใจก็ย้ายไปอีกตัว
- เสีย 25 นาที ก่อนจะเริ่มทำงานจริงๆ
คนที่ใช้ตัวเดียว?
เขาเริ่มทำงานได้ทันที — และครบ 5 รอบในเวลาที่คุณยังเลือกเครื่องมืออยู่
ปัญหาไม่ใช่ว่าคุณใช้ AI ไม่เหมาะ
ปัญหาคือคุณใช้เวลากับการเลือกมากกว่าการทำ
3️⃣ คุณไม่ได้สร้าง “Voice” ของตัวเอง
เมื่อคุณใช้:
- Grok สำหรับ Hook
- ChatGPT สำหรับโครงสร้าง
- Gemini สำหรับข้อมูล
คอนเทนต์ของคุณฟังเหมือน 3 คนคุยปนกัน
ลองนึกถึง creator ที่คุณชอบ — เสียงของเขาชัดเจนใช่ไหม?
เพราะเขาไม่ได้ outsource ทุกขั้นตอน
คนที่ใช้ AI ตัวเดียวแบบถนัด
พวกเขาสอน AI ให้เขียนแบบตัวเอง — ไม่ใช่ปรับตัวเองตาม AI 3 ตัว
📊 หลักฐานที่ไม่มีใครพูด
ผมไปดูโปรไฟล์ creator ที่โตเร็วที่สุด 20 คนในปีนี้
พบว่า:
18/20 คน พูดถึงแต่ ChatGPT หรือ Claude
ไม่มีใครอวดว่า “ผมใช้ 3 AI ร่วมกัน”
ทำไม?
เพราะ skill ที่แท้จริงไม่ใช่การรู้จัก AI หลายตัว
แต่คือการใช้ตัวเดียวให้เชี่ยวชาญ
ตัวอย่างจริง:
- Newsletter ดัง → ใช้แค่ Claude เขียนทั้งหมด
- YouTube 500K → ใช้แค่ ChatGPT ตั้งแต่ script ถึง SEO
- คอร์สหลักหมื่น → ทำด้วย ChatGPT อย่างเดียว
Pattern ที่เห็นชัด:
ยิ่งประสบความสำเร็จ → ยิ่งใช้น้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น
🤔 แล้วทำไมคนถึงสอนให้ใช้หลายตัว?
ผมไม่คิดว่าพวกเขาหลอก
แต่มี 3 เหตุผลที่อาจเกิดขึ้น:
1. Complexity Bias
อะไรที่ซับซ้อน = ดูมืออาชีพ
“ใช้ตัวเดียว” ฟังง่ายเกิน ไม่น่าจะมีคนจ่ายเงินเรียน
2. Affiliate Incentive
ยิ่งแนะนำหลาย AI = ได้หลาย commission
(ผมไม่โทษนะ — แต่มันเป็นความจริง)
3. พวกเขาอาจไม่ได้ทำจริงๆ
คนที่สอนกับคนที่ทำเนื้อหาจริงๆ ทุกวัน
บางทีใช้ workflow ไม่เหมือนกัน
✋ ข้อจำกัดของ Argument ผม
แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้ถูกทุกอย่าง
กรณีที่ใช้หลาย AI สมเหตุสมผล:
- ถ้าคุณทำ agency (ลูกค้าหลายประเภท)
- ถ้าคุณทำวิจัยจริงๆ (ต้องเทียบข้อมูล)
- ถ้าคุณทำงานเฉพาะทางสุดๆ (เช่น medical content ต้องใช้ตัวที่เข้าถึงข้อมูลล่าสุด)
และถ้า AI ตัวหลักของคุณมีปัญหา:
- API down บ่อย
- ไม่มี feature ที่จำเป็น
- ตัดคำไทยแย่มาก
แต่สำหรับ 80% ของ content creator
คุณไม่อยู่ในกรณีเหล่านี้
💡 แล้วควรทำยังไง?
ถ้าผมถูก นี่คือสิ่งที่คุณควรทำต่าง:
1. เลือก AI ตัวเดียวที่ “click” กับคุณ
ไม่ใช่ตัวที่คนอื่นบอก
แต่คือตัวที่:
- คุณเข้าใจมันเร็วที่สุด
- มัน “เข้าใจ” คุณได้ดีที่สุด
- ตอบสนองต่อ prompt style ของคุณ
2. ใช้เวลา 30 วันทดลองใช้แบบจริงจัง
อย่าสลับ อย่าเปรียบเทียบ
แค่ใช้มันทำงานจริง 100 ชิ้น
คุณจะเริ่มเห็นว่า:
- Prompt แบบไหนมันตอบดี
- ข้อจำกัดอะไรที่แก้ได้
- Shortcut อะไรที่ทำให้เร็วขึ้น
3. สร้าง “Prompt Library” ของตัวเอง
นี่คือทักษะที่แท้จริง — ไม่ใช่การรู้จัก AI หลายตัว
เมื่อคุณมี 20-30 prompt ที่ใช้งานได้จริง
คุณทำงานได้เร็วกว่าคนที่ต้องคิดว่าจะใช้ AI ตัวไหน
4. Upgrade เมื่อมี “Pain Point” ชัดเจน
อย่าเพิ่ม AI เพราะ FOMO
เพิ่มเมื่อ:
- งานที่คุณทำไม่ได้ด้วยตัวเดียว (และเจอบ่อย)
- ค่า subscription คุ้มกว่าเวลาที่เสีย
- คุณ master ตัวเดียวจนเบื่อแล้ว
🎯 สรุป: ทักษะที่แท้จริงไม่ใช่การรู้จักหลาย AI
การใช้ AI หลายตัว ≠ มืออาชีพ
การใช้ตัวเดียวจนเชี่ยวชาญ = มืออาชีพจริง
คนที่ทำงานได้ “3 เท่า” ไม่ใช่เพราะพวกเขามี 3 AI
แต่เพราะพวกเขารู้จักเครื่องมือของตัวเองดีกว่าคุณ
ผมไม่ได้บอกว่าห้ามใช้หลายตัว
ผมแค่บอกว่า:
“ก่อนจะเพิ่มความซับซ้อน ลอง master ความเรียบง่ายก่อน”
คุณจะประหลาดใจว่า… บางทีตัวเดียวก็พอแล้ว
P.S. ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก AI ตัวไหน
ลองถามตัวเองว่า: “ตัวไหนที่ผมเปิดใช้บ่อยที่สุด 7 วันที่ผ่านมา?”
นั่นแหละคือคำตอบ