ทำไม Apple ถึงยอมจ่าย $1 พันล้าน ให้คู่แข่งทุกปี: ความจริงเบื้องหลัง Siri ใหม่

Follow the money. เมื่อ Apple ยักษ์ใหญ่ต้องยอมจ่ายเงินให้ Google

ถ้าบอกว่าเดือนมกราคม 2026 เป็นจุดเปลี่ยนของวงการเทคโนโลยี คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง

Apple บริษัทที่ภูมิใจเสมอว่า “เราทำทุกอย่างเอง” ประกาศข่าวที่ไม่มีใครคาดคิด… พวกเขาจะจ่ายเงินให้ Google ปีละ $1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ AI ของ Google ใน Siri

นี่ไม่ใช่ข่าวธรรมดา นี่คือการยอมแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของ Apple ในรอบทศวรรษ

Siri ล้มเหลวไปแล้ว 33% และ Apple รู้

มาดูความจริงที่ Apple ไม่อยากให้ใครรู้

เมื่อทีมภายในทดสอบ AI ของ Apple เอง พวกเขาพบว่า Siri ทำงานล้มเหลว 33% ของคำสั่งที่ซับซ้อน

หนึ่งในสามของคำถาม… Siri ตอบไม่ได้

คิดดูสิ คุณถามอะไรไป 3 ครั้ง มี 1 ครั้งที่ได้แค่ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่เข้าใจ”

ในยุคที่ ChatGPT กับ Gemini ตอบคำถามได้แทบทุกอย่าง… Siri กลายเป็นโบราณไปแล้ว

Apple มีทางเลือก:

  1. ใช้เวลา 3-5 ปีพัฒนา AI ของตัวเองให้เทียบเท่าคู่แข่ง
  2. หรือจ่ายเงินตอนนี้ แล้วค่อยพัฒนาของตัวเองไปพร้อมๆ กัน

พวกเขาเลือกข้อ 2

ทำไมต้อง Google ไม่ใช่ OpenAI?

นี่คือจุดที่น่าสนใจ

Apple มีตัวเลือกเยอะแยะ: OpenAI, Anthropic, Meta… แต่ทำไมถึงเลือก Google?

คำตอบคือ: ข้อมูล

ดู benchmark เปรียบเทียบนี้:

ARC-AGI-2 (ทดสอบการคิดเชิงนามธรรม):

  • Gemini 3 Pro: 31.1%
  • GPT-5.1: 17.6%

MathArena Apex (แก้โจทย์คณิตศาสตร์ใหม่):

  • Gemini 3 Pro: 23.4%
  • GPT-5.1: 1.0% (ใช่ครับ หนึ่งจุดศูนย์)

Gemini 3 ไม่ได้แค่ดีกว่า… มันเหนือกว่าเป็นหลายเท่า

และนี่คือสิ่งที่ Apple ต้องการ: AI ที่เข้าใจภาพ เข้าใจบริบท และทำงานหลายขั้นตอนได้จริง

$1 พันล้าน คุ้มไหม?

มาคำนวณกัน

Apple มีอุปกรณ์ใช้งานอยู่ 2 พันล้านเครื่อง ทั่วโลก

$1,000,000,000 ÷ 2,000,000,000 = $0.50 ต่อเครื่องต่อปี

ครึ่งดอลลาร์ต่อเครื่อง เพื่อให้ Siri กลายเป็น AI assistant ที่ใช้งานได้จริง

คุ้มไหม? คุ้มเกินคุ้ม

เพราะถ้า Siri ยังห่วยอยู่ คนจะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ Android ที่มี Google Assistant ที่เก่งกว่า

การเสีย 1% ของ user base = การเสีย 20 ล้านเครื่อง

แต่ละคนใช้จ่ายเฉลี่ย $1,500 กับ Apple ecosystem

20,000,000 × $1,500 = $30 พันล้านดอลลาร์

จ่าย $1B เพื่อไม่เสีย $30B ถูกหรือแพง?

Google ได้อะไร?

ส่วน Google… พวกเขาชนะเกมอย่างเงียบๆ

Alphabet ขึ้นไปเป็นบริษัท $4 ล้านล้านดอลลาร์ หลังประกาศข่าวนี้ แซง Apple กลายเป็นบริษัทมูลค่าอันดับ 2 ของโลก (รองแค่ Nvidia)

แต่ที่สำคัญกว่า…

Google Cloud ลงนามสัญญามูลค่า $1 พันล้านขึ้นไป ใน Q3 2025 มากกว่า 2 ปีก่อนหน้ารวมกัน

Backlog สัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้: $155 พันล้านดอลลาร์

Revenue growth: 34% ต่อปี

Google ไม่ได้แค่ขาย AI ให้ Apple เครื่องเดียว พวกเขากำลังสร้าง empire ของ AI infrastructure

ทุกคนที่อยากใช้ AI ระดับแนวหน้า… ต้องจ่ายเงินให้ Google

ความเป็นส่วนตัวยังอยู่ไหม?

นี่คือคำถามที่หลายคนกังวล

ถ้า Google เข้ามาใน iPhone… ข้อมูลเราจะปลอดภัยไหม?

Apple มีคำตอบ: Private Cloud Compute (PCC)

ระบบนี้ทำงานแบบ “stateless” คือไม่เก็บข้อมูลเลย

  1. คำสั่งของคุณถูกส่งไป PCC server
  2. Gemini ประมวลผลบน Apple silicon (ไม่ใช่เครื่อง Google)
  3. ส่งคำตอบกลับมา
  4. ลบข้อมูลทิ้งทันที – แม้แต่ Apple เองก็เข้าถึงไม่ได้

Google ไม่เคยเห็นข้อมูลคุณ พวกเขาแค่ให้ “สมอง” แต่ร่างกายเป็นของ Apple ทั้งหมด

และที่สำคัญ: ไม่มี Google branding เลย ผู้ใช้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังใช้เทคโนโลยี Google

Siri ใหม่ทำอะไรได้บ้าง?

นี่คือสิ่งที่คุ้มค่ากับ $1 พันล้าน:

Screen Awareness เปิดรูปไว้ ถาม “คนนี้ใคร?” Siri รู้ว่าคุณหมายถึงรูปไหน

Conversational Memory Siri จำบทสนทนาได้ ไม่ต้องย้ำซ้ำ

Multi-Step Tasks บอกว่า “หารูป receipt เมื่อคืน ครอปเอาแค่ยอดรวม แล้วส่งให้บัญชี” Siri ทำได้ทันที

ไม่ต้องเปิด Photos > แก้รูป > คัดลอก > เปิด Mail > แนบไฟล์

แค่พูดประโยคเดียว

Timeline ที่ต้องรู้

  • ครึ่งแรก 2026: ทดสอบภายใน
  • มีนาคม 2026: iOS 26.4 เปิดให้ early adopters
  • มิถุนายน 2026: แสดงของจริงที่ WWDC
  • ปลาย 2026: เปิดใช้กับทุกคนพร้อม iPhone 17

ใครแพ้ในเกมนี้?

AI Wrapper Startups

พวก app ที่แค่เอา ChatGPT มาทำหน้าบ้าน… กำลังจะหมดยุค

เพราะ Siri ทำได้หมดแล้ว ฟรี ในตัว

Developers ที่ไม่ปรับตัว

Apple บังคับให้ใช้ App Intents framework ถ้าไม่ทำ app คุณจะมองไม่เห็นผ่าน Siri

แต่ถ้าทำได้ ตลาดกว้างขึ้น: App Store ที่มี revenue $1.3 ล้านล้าน ในปี 2024

เกมระยะยาว

Apple ไม่ได้วางแผนจ่าย $1B ให้ Google ตลอดไป

พวกเขากำลังพัฒนา Ferret-3 – AI ของตัวเองที่จะเสร็จปี 2027

แต่การจ่ายเงินให้ Google ตอนนี้ทำให้:

  1. ได้เทคโนโลยีดีที่สุด ณ ตอนนี้
  2. มีเวลาเรียนรู้และพัฒนาของตัวเอง
  3. ไม่เสียฐานลูกค้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นี่คือ bridge strategy ที่ฉลาดมาก

ข้อคิด: The Age of Pragmatism

เรื่องนี้สอนอะไรเรา?

แม้แต่ Apple ยักษ์ใหญ่ที่มี cash สำรอง $162 พันล้านดอลลาร์… ก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างทำเองไม่ไหว

ยุค AI frontier ต้องใช้เงิน $1.4 ล้านล้านดอลลาร์ สร้าง data centers ใน 8 ปีข้างหน้า

ไม่มีใครทำคนเดียวได้

อนาคตไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็น การแบ่งปันทรัพยากร

Google มี AI ดีที่สุด Apple มี hardware ดีที่สุด รวมกัน = ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีที่สุด

และใครได้ประโยชน์? เราทุกคน

Siri ที่ใช้งานได้จริง บน iPhone ที่ปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีระดับโลก


Bottom Line:

Apple จ่าย $1 พันล้าน ไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่อนแอ

แต่เพราะพวกเขารู้ว่าเวลามีค่ากว่าเงิน

และในเกม AI ที่ทุกอย่างเปลี่ยนทุก 6 เดือน… การช้าไป 3 ปี = การแพ้ทั้งหมด