เป็นหน้าที่เอาไว้สั่งสร้างเรื่อง หรือ Scene จากเนื้อหาหรือข้อความที่ input เข้าสู่ระบบ โดยขั้นตอนที่ 1 คือการสร้าง ฉากแยกตาม Queue ที่มี โดยมีทั้งหมด 4 Queue ด้วยกัน คือ
- Manual Mode : ระบุเรื่องเอง (Title, Description, Queue)
- Content Mode : ย่อหน้า → AI แบ่งเป็นฉาก (Documentary)
- AI Batch Mode : ให้ Gemini สร้างเรื่องทั้งชุด
- Podcast/Music Mode : Timestamp + Lyrics → AI Scene Generator
Manual Mode : ระบุเรื่องเอง (Title, Description, Queue)

เป็นโหมดที่ User จะต้องกรอกข้อมูลตามรูปแบบที่กำหนด รูปแบบ Input คือ Topic | Disciption | Number โดย
Topic คือ หัวข้อหลักที่เราต้องการทำ Disciption คือรายละเอียดของหัวข้อนั้น และ Number หรือหมายเลข queue ที่ ต้องการให้เรื่องนั้นไปสร้าง ตั้งแต่ 1 ถึง 100 ตัวอย่างข้อความ
Content Mode : ย่อหน้า → AI แบ่งเป็นฉาก (Documentary)

สำหรับการทำงานของ Mode นี้เหมาะสำหรับ user ที่ต้องการ เนื้อหาคุณภาพสูง โดย user ต้องมีเนื้อเรื่องหรือบทความ หรือการออกแบบ เนื้อเรื่องมาแล้ว และนำมา input ใส่ในระบบ โดย ระบบจะออกแบบจำนวนฉากที่ควรมีให้กับ User เอง รวมถึง Prompt ในการสร้างวิดีโอ
AI Batch Mode : ให้ Gemini สร้างเรื่องทั้งชุด

เป็น mode ที่ยกหน้าที่การคิดหัวข้อและ เรื่องราว ทั้งหมดให้ AI ในการคิดให้เราทั้งหมด โดย User มีหน้าที่ในการ มอบหัวข้อหลักให้กับ AI เพื่อออกแบบเรื่องราวให้กับ User เป็นโหมดที่ user กำหนดเรื่องราวได้น้อยที่สุดจากทุก mode เหมาะสำหรับ ทำเนื้อหาจำนวนมากที่ไม่ต้องการความละเอียดมาก
Podcast/Music Mode : Timestamp + Lyrics → AI Scene Generator
เป็นโหมด ที่ USER ต้องใส่เป็นเนื้อเพลงหรือไฟล์ SRT คัดลอกเป็น INPUT โดยมี 2 รูปแบบคือ Song Mode กับ Podcast Mode ใช้สำหรับการสารวิดีโอและ music วิดีโอ สำหรับทั้ง Podcast และ เพลง

คำอธิบายเพิ่มเติม ระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI: 4 โหมดที่จะเปลี่ยนวิธีการทำคอนเทนต์ของคุณ
คุณเคยรู้สึกว่าการสร้างคอนเทนต์วิดีโอเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากและซับซ้อนไหม? ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เครื่องมือสร้างฉากวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของครีเอเตอร์ นักการตลาด และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ทั่วโลก
ระบบที่เราจะมาพูดถึงวันนี้คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การสร้างฉากและเนื้อหาวิดีโอง่ายขึ้นอย่างมาก ด้วยการนำเสนอ 4 โหมดหลักที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ระบบนี้ก็สามารถช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทำความเข้าใจกับระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI
ก่อนที่เราจะเจาะลึกไปยังแต่ละโหมด มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าระบบนี้คืออะไร และทำงานอย่างไร ระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI เป็นเทคนอลยีที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการแปลงข้อมูลหรือเนื้อหาที่คุณป้อนเข้าไปให้กลายเป็นฉากวิดีโอที่สมบูรณ์
ลองนึกภาพว่าคุณมีเรื่องราวหรือข้อความยาวๆ และต้องการแปลงมันให้กลายเป็นวิดีโอที่น่าสนใจ แทนที่คุณจะต้องนั่งวางแผน สคริปต์ และออกแบบทุกฉากด้วยตัวเอง ระบบนี้จะช่วยทำงานส่วนนั้นให้คุณโดยอัตโนมัติ มันเหมือนกับการมีผู้ช่วยที่ฉลาดคอยช่วยคิดและจัดการรายละเอียดต่างๆ ให้คุณ
ประโยชน์ของการใช้ระบบ AI ในการสร้างคอนเทนต์
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างคอนเทนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของความทันสมัยเท่านั้น มันยังนำมาซึ่งประโยชน์มากมายที่จับต้องได้ เช่น การประหยัดเวลาในการผลิต การลดต้นทุนการจ้างทีมงาน และการสร้างคอนเทนต์ได้ในปริมาณมากโดยยังคงรักษาคุณภาพไว้ได้
นอกจากนี้ ระบบ AI ยังช่วยให้คุณทดลองและสร้างคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบได้ง่ายขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดต่อวิดีโอหรือมีประสบการณ์มากมาย เพียงแค่คุณมีไอเดียและเนื้อหาที่ดี ระบบก็จะช่วยทำให้มันกลายเป็นจริง
โหมดที่ 1: Manual Mode – ควบคุมทุกรายละเอียดด้วยตัวคุณเอง
Manual Mode เป็นโหมดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมทุกแง่มุมของคอนเทนต์อย่างละเอียด หากคุณเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าต้องการให้วิดีโอออกมาเป็นอย่างไร โหมดนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
วิธีการใช้งาน Manual Mode
การใช้งาน Manual Mode นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา คุณจะต้องกรอกข้อมูลตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ได้แก่ หัวข้อหลัก (Topic) รายละเอียด (Description) และหมายเลขคิว (Number) ที่ต้องการให้เรื่องนั้นไปสร้าง โดยสามารถกำหนดตั้งแต่ 1 ถึง 100
รูปแบบการป้อนข้อมูลจะเป็น: Topic | Description | Number
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการสร้างวิดีโอเกี่ยวกับการทำอาหาร คุณอาจป้อนข้อมูลว่า “สูตรผัดกะเพรา | วิธีทำผัดกะเพราหมูสับแบบง่ายๆ ที่บ้าน | 1” ระบบจะนำข้อมูลนี้ไปสร้างเป็นฉากวิดีโอในคิวที่ 1 ให้คุณ
จุดเด่นของ Manual Mode
จุดเด่นที่สำคัญของโหมดนี้คือความยืดหยุ่นสูงสุด คุณสามารถกำหนดลำดับของเนื้อหา ความละเอียดของแต่ละฉาก และโครงสร้างโดยรวมของวิดีโอได้ตามต้องการ มันเหมือนกับการวาดภาพโดยที่คุณเป็นคนถือพู่กันและควบคุมทุกฝีแปรง
สำหรับครีเอเตอร์ที่มีประสบการณ์หรือมีแนวคิดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการของตน Manual Mode จะช่วยให้พวกเขาสามารถแปลงวิสัยทัศน์ของตนเองให้เป็นจริงได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาการตัดสินใจของ AI มากเกินไป
โหมดที่ 2: Content Mode – เหมาะสำหรับเนื้อหาคุณภาพสูง
หากคุณมีบทความหรือเนื้อหาที่เขียนไว้แล้วและต้องการแปลงให้เป็นวิดีโอ Content Mode จะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ โหมดนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ที่มีเนื้อหาพร้อมแล้วและต้องการให้ AI ช่วยแบ่งเป็นฉากวิดีโอ
การทำงานของ Content Mode
Content Mode ทำงานโดยการรับเนื้อหาหรือบทความที่คุณเตรียมไว้ จากนั้นระบบ AI จะวิเคราะห์เนื้อหาและแบ่งมันออกเป็นฉากต่างๆ อย่างชาญฉลาด โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องของเรื่องราว จังหวะการนำเสนอ และความเหมาะสมของแต่ละส่วน
สิ่งที่น่าสนใจคือระบบจะไม่เพียงแค่แบ่งเนื้อหาออกเป็นช่วงๆ เท่านั้น มันยังจะสร้าง Prompt หรือคำสั่งในการสร้างวิดีโอสำหรับแต่ละฉากด้วย ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความสอดคล้องและมีคุณภาพตามที่คาดหวัง
ใครควรใช้ Content Mode?
โหมดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการศึกษา สารคดี หรือเนื้อหาที่ต้องการความถูกต้องและความละเอียดสูง หากคุณเป็นนักเขียน บล็อกเกอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เฉพาะทาง และต้องการนำเนื้อหาของคุณไปนำเสนอในรูปแบบวิดีโอ Content Mode จะช่วยให้กระบวนการนี้ราบรื่นและรักษาคุณภาพของเนื้อหาไว้ได้
การใช้โหมดนี้ยังช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการคิดว่าควรจะแบ่งเนื้อหาอย่างไร ระบบ AI ที่ได้รับการฝึกฝนมาจะเข้าใจบริบทและจังหวะที่เหมาะสมในการนำเสนอ ทำให้วิดีโอที่ได้มีความน่าดึงดูดและง่ายต่อการรับชม
โหมดที่ 3: AI Batch Mode – ปล่อยให้ AI ทำทุกอย่าง
บางครั้งคุณอาจต้องการสร้างคอนเทนต์จำนวนมากในเวลาอันสั้น หรือต้องการแนวคิดใหม่ๆ ที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง AI Batch Mode คือคำตอบสำหรับสถานการณ์เหล่านี้
AI Batch Mode คืออะไร?
AI Batch Mode เป็นโหมดที่ให้อิสระกับ AI มากที่สุด คุณเพียงแค่บอกหัวข้อหลักหรือธีมที่ต้องการ และระบบจะดำเนินการที่เหลือทั้งหมดให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นการคิดหัวข้อย่อย การออกแบบเรื่องราว การแบ่งฉาก และการสร้าง Prompt สำหรับแต่ละส่วน
มันเหมือนกับการจ้างผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีความสามารถมาช่วยคุณสร้างเนื้อหาทั้งชุด โดยคุณแค่บอกว่าต้องการเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร และปล่อยให้เขาใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ของเขาในการทำให้มันเกิดขึ้นจริง
ข้อดีและข้อควรระวัง
ข้อดีที่ชัดเจนของ AI Batch Mode คือความรวดเร็วและปริมาณ คุณสามารถสร้างคอนเทนต์หลายชิ้นในเวลาอันสั้น ซึ่งเหมาะมากสำหรับการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง โซเชียลมีเดีย หรือช่องทางที่ต้องการความสม่ำเสมอในการโพสต์
อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือคุณจะมีการควบคุมน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับโหมดอื่นๆ ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงกับจินตนาการของคุณ 100% แต่มันก็เปิดโอกาสให้คุณได้พบกับแนวคิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจและอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน
เมื่อไหร่ควรใช้ AI Batch Mode?
ใช้โหมดนี้เมื่อคุณต้องการ:
- สร้างคอนเทนต์จำนวนมากอย่างรวดเร็ว
- ทดลองแนวคิดใหม่ๆ
- ไม่มีเวลาในการวางแผนรายละเอียด
- ต้องการแรงบันดาลใจจาก AI
- ทำเนื้อหาที่ไม่จำเป็นต้องละเอียดมากนัก
โหมดที่ 4: Podcast/Music Mode – สำหรับสายเพลงและพอดแคสต์
โหมดสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดในแง่ของความสำคัญคือ Podcast/Music Mode ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเสียง เช่น มิวสิกวิดีโอ พอดแคสต์ หรือเนื้อหาที่มี Timestamp และเนื้อเพลง
การใช้งาน Podcast/Music Mode
โหมดนี้มี 2 รูปแบบย่อยให้เลือกใช้ ได้แก่ Song Mode และ Podcast Mode ทั้งสองรูปแบบจะทำงานโดยการรับข้อมูลที่มี Timestamp เช่น ไฟล์ SRT หรือเนื้อเพลงที่มีการระบุเวลา จากนั้นระบบจะสร้างฉากวิดีโอที่สอดคล้องกับจังหวะและเนื้อหาในแต่ละช่วงเวลา
สำหรับ Song Mode คุณสามารถนำเนื้อเพลงมาป้อนให้ระบบ และมันจะสร้างฉากวิดีโอที่เข้ากับบทเพลง ทำให้การสร้างมิวสิกวิดีโอเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้น ส่วน Podcast Mode จะเหมาะสำหรับการแปลงพอดแคสต์เสียงให้กลายเป็นวิดีโอที่มีภาพประกอบ
ทำไมต้องใช้โหมดนี้?
ในยุคที่คอนเทนต์วิดีโอครองโซเชียลมีเดีย การมีเพียงไฟล์เสียงอาจไม่เพียงพอ คุณต้องมีภาพประกอบเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม Podcast/Music Mode จะช่วยให้คุณสร้างวิดีโอที่น่าสนใจจากเนื้อหาเสียงได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ การมีวิดีโอยังช่วยเพิ่มการเข้าถึงของคอนเทนต์ของคุณ เพราะคุณสามารถเผยแพร่บนแพลตฟอร์มที่หลากหลายมากขึ้น เช่น YouTube TikTok Instagram Reels และอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องการคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ
การเลือกโหมดที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
ทีนี้เรามาดูกันว่าคุณควรเลือกใช้โหมดไหนดี การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระดับการควบคุมที่คุณต้องการ ปริมาณคอนเทนต์ที่ต้องสร้าง และประเภทของเนื้อหา
หากคุณเป็นคนที่ชอบควบคุมรายละเอียดและมีวิสัยทัศน์ชัดเจน Manual Mode จะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณมีเนื้อหาที่เขียนไว้แล้วและต้องการแปลงเป็นวิดีโอ Content Mode จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์จำนวนมากหรือต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ AI Batch Mode จะเป็นเพื่อนที่ดี และสำหรับสายเพลงหรือพอดแคสเตอร์ Podcast/Music Mode คือคำตอบ
เคล็ดลับในการใช้งาน
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้โหมดไหน มีเคล็ดลับบางอย่างที่จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น:
- เริ่มต้นด้วยการทดลองแต่ละโหมด เพื่อดูว่าโหมดไหนเหมาะกับสไตล์การทำงานของคุณมากที่สุด
- อย่ากลัวที่จะปรับเปลี่ยนและทดลอง ผลลัพธ์ที่ดีมักมาจากการลองผิดลองถูก
- ใช้โหมดผสมผสานกัน บางโปรเจกต์อาจได้ประโยชน์จากการใช้หลายโหมดร่วมกัน
- ให้ข้อมูลที่ชัดเจนและละเอียดแก่ระบบ ยิ่งข้อมูลดีเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีตาม
- ตรวจสอบและปรับแต่งผลลัพธ์ AI เป็นเครื่องมือช่วย ไม่ใช่ทดแทนความคิดสร้างสรรค์ของคุณ
อนาคตของการสร้างคอนเทนต์ด้วย AI
เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างคอนเทนต์อย่างรากฐาน ระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมครีเอทีฟ
ในอนาคต เราอาจเห็นระบบที่ฉลาดยิ่งขึ้น สามารถเข้าใจบริบทได้ลึกซึ้งกว่า และสร้างคอนเทนต์ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์และความสามารถในการประมวลผลของ AI จะทำให้เกิดคอนเทนต์ที่น่าทึ่งและมีคุณภาพสูง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการจำไว้ว่า AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ผู้ทดแทน ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์ และประสบการณ์ของมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างคอนเทนต์ที่แท้จริง ระบบ AI เพียงช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดโอกาสให้เราได้ลองสิ่งใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยคิดว่าจะทำได้
การปรับตัวในยุคดิจิทัล
สำหรับครีเอเตอร์และผู้สร้างคอนเทนต์ การเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่เป็นสิ่งจำเป็น การใช้เครื่องมือ AI อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณมีความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้มากขึ้นในเวลาที่สั้นลง
นอกจากนี้ การมีเครื่องมือที่ดียังช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นในการคิดเรื่องกลยุทธ์ การวางแผน และการพัฒนาไอเดียใหม่ๆ แทนที่จะติดอยู่กับงานที่ซ้ำซากและใช้เวลานาน
สรุป
ระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI พร้อม 4 โหมดหลักนี้คือเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์มือใหม่ที่กำลังหาทางเริ่มต้น หรือมืออาชีพที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ระบบนี้ก็มีโซลูชันที่เหมาะสมให้
Manual Mode ให้ความยืดหยุ่นและการควบคุมสูงสุด Content Mode เหมาะสำหรับเนื้อหาคุณภาพสูง AI Batch Mode ช่วยให้สร้างคอนเทนต์จำนวนมากได้รวดเร็ว และ Podcast/Music Mode เป็นมิตรกับสายเพลงและพอดแคสเตอร์
การเลือกใช้โหมดที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ รวมกับความคิดสร้างสรรค์และเนื้อหาที่มีคุณภาพ จะช่วยให้คุณสร้างวิดีโอที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพได้ ในโลกที่คอนเทนต์วิดีโอกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวัน การมีเครื่องมือที่ดีอย่างนี้คือโอกาสทองสำหรับคุณที่จะก้าวไปข้างหน้าและสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น
อย่าลืมว่าเทคโนโลยีนั้นพัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือการเปิดใจรับเรียนรู้ ทดลอง และปรับตัวอยู่เสมอ ขอให้คุณโชคดีในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าทึ่งด้วยเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังนี้!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. ระบบสร้างฉากวิดีโอด้วย AI เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการทำวิดีโอหรือไม่?
แน่นอนค่ะ! ระบบนี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับทุกระดับความสามารถ หากคุณเป็นมือใหม่ เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วย AI Batch Mode หรือ Content Mode เพราะระบบจะช่วยจัดการส่วนใหญ่ให้คุณโดยอัตโนมัติ คุณเพียงแค่เตรียมเนื้อหาหรือหัวข้อที่ต้องการ ระบบก็จะช่วยสร้างฉากวิดีโอให้ คุณไม่จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิคหรือประสบการณ์ด้านการตัดต่อวิดีโอก็สามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้
2. หากต้องการควบคุมรายละเอียดของวิดีโอมากที่สุด ควรเลือกใช้โหมดไหน?
หากคุณต้องการควบคุมทุกแง่มุมของวิดีโอ Manual Mode คือตัวเลือกที่ดีที่สุด โหมดนี้ให้คุณกำหนดหัวข้อ รายละเอียด และลำดับของแต่ละฉากได้ด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะสำหรับโปรเจกต์ที่ต้องการความแม่นยำสูงหรือมีวิสัยทัศน์เฉพาะเจาะจง แม้ว่าจะใช้เวลามากกว่าโหมดอื่นเล็กน้อย แต่คุณจะได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจมากที่สุด อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการความยืดหยุ่นระหว่างการควบคุมและความสะดวก Content Mode ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
3. Podcast/Music Mode สามารถรองรับไฟล์เสียงหรือเนื้อเพลงภาษาไทยได้หรือไม่?
ใช่ค่ะ Podcast/Music Mode สามารถทำงานกับเนื้อหาภาษาไทยได้ คุณสามารถป้อนเนื้อเพลงภาษาไทยหรือไฟล์ SRT ที่มี Timestamp เข้าสู่ระบบ และมันจะสร้างฉากวิดีโอที่เข้ากับจังหวะและเนื้อหาของคุณ ระบบได้รับการพัฒนาให้รองรับหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำพอดแคสต์ภาษาไทยหรือเพลงไทย คุณก็สามารถใช้โหมดนี้เพื่อสร้างมิวสิกวิดีโอหรือพอดแคสต์วิดีโอที่น่าสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ