Skip to content

หุ้นปันผลเด่น เม.ย.-พ.ค. 2569: 8 ตัวเลือกที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

ในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกโอบล้อมตลาดทุนทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในตะวันออกกลางหรือความผันผวนของดอกเบี้ยโลก นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า “แล้วเราควรจะทำอะไรกับเงินตอนนี้?” คำตอบที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ นำเสนอนั้นชัดเจนและน่าสนใจมาก นั่นคือ กลยุทธ์หุ้นปันผล ที่ไม่ใช่แค่การพักเงิน แต่คือการสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่มั่นคงในทุกฤดูกาล


ทำไมหุ้นปันผลจึงเป็นคำตอบในช่วงนี้?

บทพิสูจน์จาก 10 ปีที่ผ่านมา

ลองนึกภาพว่าการลงทุนเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ บางต้นต้องรอนานหลายปีถึงจะออกดอก แต่ต้นไม้บางชนิดออกผลทุกปี สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะหนาวหรือร้อน หุ้นปันผลก็เช่นเดียวกัน

จากข้อมูลของ InnovestX ดัชนี SETHD (SET High Dividend Index) ซึ่งรวบรวมหุ้นปันผลสูงของไทย ได้พิสูจน์ตัวเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างน่าประทับใจ ผลการศึกษาพบว่า SETHD ให้ผลตอบแทนชนะดัชนี SET ทั่วไป ด้วย Win Rate สูงถึง 70% โดยปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 2.6% เทียบกับ SET ที่ติดลบ 0.2% และยังให้อัตราเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 5.1% ต่อปี ขณะที่ตลาดรวมให้เพียง 3.0%

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ข้อมูลสวยหรูบนกระดาษ แต่คือหลักฐานที่บอกเราว่า การลงทุนในหุ้นปันผลไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ “ตั้งรับ” อีกต่อไป มันคือการรุกอย่างชาญฉลาดในตลาดที่ผันผวน


เม.ย.-พ.ค. 2569: ฤดูกาลแห่งปันผลมาถึงแล้ว

297 หุ้นพร้อมขึ้นเครื่องหมาย XD

ช่วงเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปีเปรียบเสมือน “ฤดูเก็บเกี่ยว” สำหรับนักลงทุนหุ้นปันผล ในปี 2569 นี้ มีหุ้นกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-Dividend) รวมกันถึง 297 ตัว แบ่งเป็นเดือนเมษายน 136 ตัว และเดือนพฤษภาคม 161 ตัว

แต่เดี๋ยวก่อน! มีหุ้นมากขนาดนี้ เราจะเลือกอย่างไร? นั่นแหละคือสิ่งที่ InnovestX ทำให้เราแล้ว ด้วยการใช้หลักเกณฑ์คัดกรองที่เข้มข้น 5 ข้อ เพื่อกลั่นกรองเพชรเม็ดงามออกจากก้อนหินธรรมดา


5 เกณฑ์คัดกรองหุ้นปันผลคุณภาพของ InnovestX

ไม่ใช่แค่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ต้องปลอดภัยและมั่นคงด้วย

นักลงทุนมือใหม่หลายคนมักตกหลุมพรางของ “Dividend Yield สูง” โดยไม่ดูว่าบริษัทนั้นมีความมั่นคงทางการเงินหรือเปล่า เหมือนกับการเลือกซื้อของถูกโดยไม่ดูคุณภาพ ในที่สุดก็อาจเสียหายมากกว่าที่ได้

InnovestX จึงวางเกณฑ์คัดเลือกไว้ 5 ด้านดังนี้

1. Resilience & Growth — พื้นฐานแกร่ง เติบโตได้แม้เศรษฐกิจผันผวน บริษัทที่ดีต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง มีกำไรที่สม่ำเสมอ และสามารถเติบโตต่อเนื่องได้แม้ในช่วงที่สภาวะแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

2. High Yield (>5%) — อัตราเงินปันผลสูงกว่า 5% เน้นหุ้นที่ขึ้น XD ในช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2569 และให้ Dividend Yield เกิน 5% เพื่อให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน

3. Low Beta (<1.0) — ราคาผันผวนน้อยกว่าตลาด ค่า Beta ต่ำกว่า 1.0 หมายความว่าหุ้นตัวนั้นเคลื่อนไหวสั้นกว่าตลาด ช่วยปกป้องพอร์ตในยามที่ดัชนีปรับตัวลง

4. High Liquidity (SET100) — สภาพคล่องสูง ซื้อขายสะดวก การเลือกหุ้นที่อยู่ใน SET100 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสามารถซื้อขายได้สะดวก ไม่ติดปัญหาสภาพคล่อง เข้าและออกได้ตามแผนที่วางไว้

5. ESG Excellence (A–AAA) — บรรษัทภิบาลดีเยี่ยม โปร่งใส การประเมินด้าน ESG (Environment, Social, Governance) ในระดับ A ถึง AAA ช่วยลดความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงจากปัญหาธรรมาภิบาลหรือข่าวฉาวที่อาจกระทบราคาหุ้นได้


8 หุ้นปันผลเด่น เม.ย.–พ.ค. 2569 ที่น่าจับตา

ผ่านเกณฑ์ทั้ง 5 ข้อ พร้อมสร้าง Passive Income

เมื่อผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มข้นแล้ว InnovestX ได้คัดเลือกหุ้นปันผลที่ดีที่สุดออกมา 8 ตัว แต่ละตัวล้วนมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจที่แตกต่างกัน มาดูรายละเอียดกันได้เลย


กลุ่มธนาคาร: กำไรมั่นคง ปันผลสม่ำเสมอ

KTB — ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทยถือเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีฐานลูกค้าแน่นหนาทั่วประเทศ ปีนี้จ่ายเงินปันผล 2.24 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผล 6.4% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เมษายน 2569 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลปันผลที่น่าตื่นเต้น

KBANK — ธนาคารกสิกรไทย ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธนาคารเอกชนไทย มาพร้อมกับเงินปันผลสูงสุดในรายการนี้ถึง 12.00 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 6.3% โดยขึ้น XD วันที่ 21 เมษายน 2569 ตัวเลข 12 บาทต่อหุ้นนี้ถือว่าสูงที่สุดในบรรดา 8 หุ้นที่คัดเลือกมา

KKP — ธนาคารเกียรตินาคินภัทร แบงก์ที่มีจุดแข็งด้านสินเชื่อรถยนต์และตลาดทุน ให้ปันผล 4.20 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 5.4% กำหนด XD วันที่ 29 เมษายน 2569


กลุ่มการเงินเฉพาะทาง: ผลตอบแทนสูง เน้นความชำนาญ

KTC — บัตรกรุงไทย ผู้นำธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ให้ปันผล 1.77 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 5.9% ขึ้น XD พร้อมกับ KTB ในวันที่ 10 เมษายน 2569 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค

TISCO — ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป บริษัทการเงินที่มีชื่อเสียงด้านความมั่นคง จ่ายปันผล 5.75 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 5.0% กำหนด XD วันที่ 29 เมษายน 2569

BAM — บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของไทย ให้อัตราเงินปันผลสูงสุดในรายการที่ 7.0% แม้ว่าจะจ่ายปันผลต่อหุ้นที่ 0.50 บาท กำหนด XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569


กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และประกันชีวิต: กระจายความเสี่ยง ได้ผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง

AP — เอพี (ไทยแลนด์) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ให้ปันผล 0.52 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 6.2% กำหนด XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ชัดเจนว่าผู้บริหารมีความมั่นใจในกระแสเงินสดและทิศทางธุรกิจในปีนี้

TLI — ไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตที่มีฐานลูกค้าหนาแน่น ให้ปันผล 0.60 บาทต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 5.6% กำหนด XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ธุรกิจประกันชีวิตมีรายได้ที่แน่นอนจากเบี้ยประกัน จึงเป็นแหล่งกำไรที่สม่ำเสมอตลอดกาล


กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นปันผล: ทำอย่างไรให้ได้ผลสูงสุด?

ไม่ใช่แค่ซื้อก่อน XD แล้วรับปันผล

หลายคนเข้าใจผิดว่าการลงทุนหุ้นปันผลคือการซื้อหุ้นก่อนวัน XD แล้วรับเงินปันผลแล้วขาย จริงๆ แล้วกลยุทธ์แบบนั้นมักไม่ได้กำไรมากอย่างที่คิด เพราะราคาหุ้นมักปรับตัวลงประมาณเท่ากับเงินปันผลในวัน XD นั้นเอง

กลยุทธ์ที่ดีกว่าคือการ ถือหุ้นปันผลคุณภาพสูงในระยะยาว ซึ่งจะทำให้คุณได้รับทั้งกำไรจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้น และรายได้ปันผลที่สม่ำเสมอทุกปี นี่คือพลังของ Compounding Effect หรือการทบต้น

ลองคิดดูง่ายๆ ว่าหากคุณลงทุนในหุ้นที่ให้ปันผล 5% ต่อปี และนำเงินปันผลนั้นไปซื้อหุ้นเพิ่มทุกปี ภายใน 10 ปี เงินลงทุนของคุณจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย

การกระจายความเสี่ยงระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม

จาก 8 หุ้นที่คัดเลือกมา เราจะเห็นว่าครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งธนาคาร การเงิน อสังหาริมทรัพย์ และประกันชีวิต การกระจายลงทุนในหลายกลุ่มช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มได้ เพราะเมื่อธุรกิจกลุ่มหนึ่งผันผวน อีกกลุ่มอาจยังคงมั่นคงหรือเติบโต


สรุป: ฤดูกาลปันผลคือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

ในสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ท้าทายเช่นนี้ หุ้นปันผลคุณภาพสูงคือเหมือนสมอที่ยึดเรือไว้ในยามคลื่นลมแรง ทั้ง 8 หุ้นที่ InnovestX คัดเลือกมาล้วนผ่านเกณฑ์ 5 ด้านอย่างเข้มข้น ทั้งความแข็งแกร่งพื้นฐาน อัตราปันผลสูงกว่า 5% ความผันผวนต่ำ สภาพคล่องสูง และบรรษัทภิบาลที่ดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำเสมอคือการลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต การศึกษาข้อมูลและวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเองคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

เดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 นี้คือโอกาสทอง คุณพร้อมแล้วหรือยัง?


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ต้องซื้อหุ้นก่อนวัน XD กี่วันจึงจะได้รับเงินปันผล? โดยทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ไทย คุณต้องซื้อและถือหุ้นในระบบก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD อย่างน้อย 1 วันทำการ (T+2 Settlement) นั่นหมายความว่าหากวัน XD คือวันพฤหัสบดี คุณต้องซื้อหุ้นให้เสร็จภายในวันอังคาร ทั้งนี้ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ของคุณให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์

2. หุ้นปันผลสูงหมายความว่าหุ้นตัวนั้นปลอดภัยเสมอไปหรือเปล่า? ไม่เสมอไปครับ Dividend Yield ที่สูงผิดปกติบางครั้งอาจเกิดจากราคาหุ้นที่ตกต่ำลงมามาก ไม่ใช่เพราะบริษัทมีกำไรมากขึ้น จึงต้องดูทั้งอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ความมั่นคงของกำไร และเกณฑ์อื่นๆ ประกอบกันเสมอ อย่างที่ InnovestX ใช้เกณฑ์ 5 ข้อในการคัดกรองหุ้นในรายการนี้

3. ควรลงทุนหุ้นปันผลกี่ตัวเพื่อกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุด? ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่โดยทั่วไปนักวิชาการด้านการลงทุนแนะนำว่าการถือหุ้น 8–15 ตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะบริษัทได้ดีโดยไม่ต้องบริหารพอร์ตซับซ้อนเกินไป สำหรับผู้เริ่มต้น การเลือกหุ้น 3–5 ตัวที่มีคุณภาพสูงและกระจายกลุ่มธุรกิจก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม


บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเหมาะสมกับสถานะการเงินของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง